สุดยอดของธาตุกายสิทธิ์

                พลังของไพลดำที่ผมสัมผัสได้คล้ายๆ กับพลังของเหล็กไหล คือเป็นพลังงานที่มีเจตสิกแฝงอยู่ ผมลองส่งพลังปราณเข้าไปดูก็ปรากฏว่า พลังที่ไพลดำจะสะท้อนกลับมาอย่างรุนแรง แต่เป็นพลังที่ออกจะมีกระแสเย็นๆ แต่จะต่างจากเหล็กไหลที่เหล็กไหลจะแฝงพลังความร้อนมาด้วย หากจะเปรียบเทียบให้เข้าใจ ก็คงไม่ต่างอะไรกับพลังงานหยินและพลังงานหยาง ที่เป็นธาตุเย็น และธาตุร้อนที่ควบคู่สร้างสมดุลซึ่งกันและกัน

                ผมทราบในทันทีว่า เหล็กไหลที่ผมมีอยู่นั้น ล้วนแล้วแต่มีอานุภาพ และพลังต่างๆ กันออกไป แต่เมื่อได้พลังจากไพลดำมาเสริม เหล็กไหลหลากหลายชนิดที่ผมมีอยู่ จะมีอานุภาพ และพลังมากยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นเท่าทวีคูณ

                สำหรับเหล็กไหลที่ผมมีความรู้อยู่เต็มเปี่ยม ก็พอที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ดังนี้ ธาตุเหล็กไหลนั้นเป็นธาตุชนิดหนึ่งที่มีกำเนิดจากมหาจักรวาล มีอายุยาวนานและผ่านการเดินทางอันแสนยาวไกลผ่านจักรวาลมาหลายจักรวาล จนไม่อาจคำนวณทั้งระยะทางและกาลเวลาของธาตุเหล็กไหลนี้ได้ว่า มีจุดกำเนิดและเดินทางมาจากส่วนใดของมหาจักรวาลนี้

                บรรดาธาตุทั้งหลายในมหาจักรวาลที่เดินทางผ่านเข้ามายังโลกของเรา ต่างมีคุณสมบัติพิเศษในตัวด้วยกันทั้งสิ้น อย่างเช่นเหล็กไหลก็เป็นธาตุของมหาจักรวาลที่ครั้งหนึ่งได้เดินทางเข้ามายังโลกของเรา และมีประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อโลกและมวลมนุษย์บนโลก

                แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าเรายังเรียนรู้ และรู้จักพลังที่มีอยู่ในเหล็กไหลน้อยมาก ธาตุเหล็กไหลนั้นยังมีความอัศจรรย์อย่างอื่นอีกมากมายที่มนุษย์บนโลกยังไม่เข้าใจ และยังหาทางใช้มันไม่เป็น เพราะธาตุเหล็กไหลที่ไม่อาจเกิดขึ้นบนโลกของเราได้ แต่ธาตุเหล็กไหลนั้นเป็นธาตุที่เกิดขึ้นในมหาจักรวาล และได้เดินทางเข้ามายังโลกของเรามีความซับซ้อนขององค์ความรู้อยู่มากมาย

                ส่วนว่านไพลดำนั้น ตามความเข้าใจของผมที่มีต่อว่านไพลดำแล้วผมเข้าใจว่า เป็นว่านชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่มีวันตาย เพียงแต่จะดำรงชีวิตในรูปแบบไร้ชีวิต แต่มีพลังงานซ่อนเร้นอยู่ รอจนกว่าคนมีวิชา มีความรู้มาปลูก มากู้ และเรียนรู้ที่จะปลุกพลังของว่านไพลดำขึ้นมา

                ว่านไพลดำชนิดนี้อาจจะเกิดขึ้นมาเป็นหมื่นเป็นแสนปี การมีชีวิตที่เป็นอมตะนั้น ได้มาจากการที่ราก ใบ ของว่านซึมซับเอาพลังวิเศษที่มีมากับการกำเนิดโลก พลังของโลกที่สะสมมานานเป็นหลายร้อยล้านปี ถูกดูดซับเข้าไปสะสมในหัวว่านไพลดำ ทำให้ว่านไพลดำมีคุณสมบัติคล้ายๆ และเหมือนกับเหล็กไหลที่เดินทางมาจากนอกโลก เพียงแต่ว่านไพลดำเกิดขึ้นบนโลก แต่มีอายุยืนยาวนาน ผ่านการอุบัติของเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีต่อโลกมามากมาย

                การผ่านกาลเวลายาวนานของว่านไพลดำนี่เองที่ทำให้พลังที่สะสมในตัวว่านมีมากมายจนมีพลังพิเศษที่สามารถใช้ในการปกป้องตัวของว่านไพลดำได้โดยตัวของว่านเอง และไม่สามารถหาได้จากต้นไม้ หรือว่านชนิดอื่นๆ

                เมื่อผมได้เห็นกับตาในคุณสมบัติอันพิเศษของว่านไพลดำนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการหุงข้าวทิพย์ การนำไปทำยารักษาโรค อยู่ยงคงกระพัน มหาอุตต์ หรือแม้กระทั่งเมตตามหานิยม ผมก็มีความคิดที่ว่า จะลองหุงข้าวทิพย์ด้วยไพลดำชิ้นที่ผมมีอยู่บ้าง เพื่อทดสอบว่า ไพลดำที่ผมได้มานั้นมีคุณสมบัติตามที่ได้เห็นบ้างหรือไม่

                ผมเลยให้ลูกศิษย์ไปหาหม้อดินใบใหม่ หาข้าวสาร น้ำ และก่อไฟขึ้นมาบนเตาเดียวกับที่อาจารย์สำฤทธิ์ท่านได้ทำให้ดู เรียกได้ว่าทำตามทุกกระบวนการตามที่ผมได้เห็นอาจารย์สำฤทธิ์ท่านได้ทำให้ดู แต่เป็นที่น่าแปลกใจ ที่ผมนำไพลดำชิ้นที่ท่านอาจารย์สำฤทธิ์ได้มอบให้นั้น นำมาขีดที่ฝาหม้ออย่างไร ข้าวที่หุงก็ยังเป็นสีขาว ไม่เปลี่ยนเป็นสีดำเหมือนที่ท่านอาจารย์สำฤทธิ์ทำไว้

                ผมมาลองนั่งนึกว่ามีกระบวนการใดบ้างที่ผิดแผกแตกต่างกันออกไป ก็มาพบว่า สิ่งที่ผิดพลาดก็คือ ผมไม่มีคาถาในการกำกับ หรือกระตุ้นให้ไพลดำแสดงฤทธิ์อำนาจที่มีอยู่ในตัวออกมา

                เพราะว่าคาถากำกับ หรือคำบริกรรมที่ท่านอาจารย์สำฤทธิ์ใช้นั้น ท่านได้ศึกษาจากตำราประจำตระกูล และไม่ได้เผยแพร่ให้ใครทราบ แต่จะสืบทอดด้วยเชื้อสายตระกูล ทางสายเลือดที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันเท่านั้น คือจะต้องเป็นลูกหลานในสายตระกูลเดียวกันเท่านั้นจึงมีสิทธิ์ที่จะเรียนคาถากำกับว่านไพลดำ

                แต่ก่อนที่ผมจะถอดใจในการหุงข้าวทิพย์ด้วยว่านไพลดำที่ท่านอาจารย์สำฤทธิ์ได้มอบให้นั้น ผมบังเอิญฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ว่านไพลดำก็คล้ายกับเหล็กไหล คือผ่านกาลเวลามานาน ซึมซับพลังงานจนเป็นพืชอมตะไม่มีวันตาย

                หากนำวิธีส่งกระแสพลังจิต พลังกสิณไปกระตุ้นให้ว่านไพลดำแสดงอำนาจที่มีอยู่ออกมา ด้วยวิธีการเดียวกับการส่งกระแสไปยังเหล็กไหล ก็อาจจะทำให้ว่านไพลดำแสดงพลังอำนาจออกมาได้ ผมเองก็เคยทำเช่นนี้กับเหล็กไหลชนิดต่างๆ มาก่อน แต่ส่วนมากจะส่งกระแสพลังจิต พลังกสิณกระตุ้นเหล็กไหลในการทำน้ำมนต์ หรือการเพ่งกสิณไฟดับเทียนชัยเท่านั้น

                หากจะลองเอาวิธีของเหล็กไหลมาใช้กับว่านไพลดำก็คงจะได้ ผมเลยให้ลูกศิษย์เตรียมอุปกรณ์ชุดใหม่ทั้งหมด และทำตามกระบวนการของท่านอาจารย์สำฤทธิ์ทุกอย่าง แต่คราวนี้ผมส่งกระแสพลังจิต พลังกสิณไปกระตุ้นว่านไพลดำให้แสดงพลัง เมื่อไพลดำมีกระแสพลังงานออกมาสามารถรู้สึกได้ผ่านนิ้วที่ถือว่านไพลดำอยู่ ผมจึงนำไปเคาะเบาๆ ที่หม้อดิน

                เมื่อเวลาผ่านไปสัก 15 นาที สิ่งที่เห็นก็คือน้ำที่เดือดทะลักล้นออกมาจากหม้อดินนั้นมีสีดำสนิทเหมือนกับที่อาจารย์สำฤทธิ์ได้ทำให้ดู เมื่อเปิดฝาหม้อออกข้าวที่อยู่ในหม้อดินก็กลายเป็นสีดำสนิท กระบวนการที่ผมคิดไว้ สามารถทำได้จริงๆ และได้ผลเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่แตกต่างกันออกไปในส่วนคาถากับการส่งกระแสพลังจิต และพลังกสิณ

                สิ่งที่ผมคิดไว้นั้นถูกต้องเลยทีเดียว เหล็กไหลนั้น จะมีอานุภาพยิ่งใหญ่มากกว่าเก่าได้ ก็ต้องมีไพลดำเข้ามาเสริม

                สุดยอดของธาตุกายสิทธิ์ เมื่อมีสุดยอดของพืชกายสิทธิ์ พลังที่มีอยู่ และส่งเสริมซึ่งกันและกันมีมากมายมหาศาล เพียงพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อมวลมนุษยชาติได้

                และการหุงข้าวทิพย์ด้วยไพลดำที่ผ่านการส่งกระแสจิตนั้น ก็เป็นยารักษาโรคได้อย่างดี และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมเพิ่งพบเจอในการทดลองหุงข้าวทิพย์ด้วยไพลดำด้วยตัวของผมเองคือ ความลับที่ว่า ทั้งธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหล หรือไพลดำ ต่างต้องใช้กสิณไฟในการส่งกระแสแห่งพลังจิตเข้าไปกระตุ้นให้ธาตุเหล่านั้นแสดงอานุภาพออกมาได้เต็มที่

                ถึงแม้ว่าบุคคลอื่นมีเหล็กไหลในครอบครอง และมีไพลดำครอบครองอยู่ด้วยนั้น อาจจะไม่สามารถนำไปใช้ให้เกิดผลใดๆ ขึ้นมาได้ เพราะเขาผู้นั้นไม่รู้ถึงความลับที่สัมพันธ์กันของทั้ง 2 สิ่ง นั่นคือกสิณไฟ ถึงเขาจะได้ครอบครอง ก็คงเป็นเพียงเครื่องรางของขลังที่ติดตัวไปไหนมาไหน แต่ไม่สามารถที่จะนำมาทำประโยชน์ใดๆ ให้แก่โลกได้เลย

                การที่ได้มาซึ่งการครอบครองเหล็กไหลนานาชนิดที่ผมมีความรู้อยู่แล้ว กับการได้มาซึ่งการครอบครองไพลดำ สุดยอดของว่านกายสิทธิ์ของผมนั้น มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่จะควบคุม หรือกระตุ้นให้ทั้ง 2 สุดยอดกายสิทธิ์ส่งพลังออกมาได้นั้นคือกสิณไฟที่ผมมีอยู่ เพียงแต่ตอนนี้ผมเองก็ยังไม่รู้ว่า ต่อไปในอนาคต ของที่สุดยอด 2 สิ่งนี้ จะนำมาใช้ประโยชน์เมื่อไร